bugservicecenter.com | ศูนย์รวมบริษัทบริการกำจัดปลวกทั่วประเทศ (บริษัทบริการกำจัดปลวกลงโฆษณา ฟรี!! คลิ๊ก)

  แนะนำบริษัทกำจัดปลวก ฉีดปลวก ที่อยู่ในเขต จังหวัดยโสธร

ดูทั้งหมด

บริษัท เฟิร์สคลาส เพส คอนโทรล จำกัด (FPC) กำจัดปลวกในจ.ยโสธรบริษัท เฟิร์สคลาส เพส คอนโทรล จำกัด (FPC) กำจัดปลวกในจ.ยโสธร : จังหวัดยโสธร

  { เข้าชม : 511 }
ชื่อบริษัท :
บริษัท เฟิร์สคลาส เพส คอนโทรล จำกัด (FPC) กำจัดปลวกในจ.ยโสธร
ชื่อผู้ประกาศ :
คุณสำราญ (Firstclass Pest Control Co.,Ltd. : FPC)
เบอร์ติดต่อ :
044-062-416 (สำนักงานใหญ่), 081-880-9338, 080-334-9887, 062-585-9939
เบอร์แฟกซ์ :
-
E-mail :
firstclass.1fpc@gmail.com
Website :
http://www.fpc.co.th
รายละเอียด :
Firstclass Pest Control Co.,Ltd. (FPC) มุ่งมั่นเพื่อเป็นหนึ่งในด้านงานบริการป้องกันและกำจัดปลวก, มด, แมลงสาบ, แมลงคืบคลาน และสัตว์พาหะนำโรคทุกชนิด สำรวจสถานที่และให้คำปรึกษา ฟรี เปิดบริการทุกวัน

บริษัท เฟิร์สคลาส เพส คอนโทรล จำกัด (Firstclass Pest Control Co.,Ltd. : FPC)
สำนักงานใหญ่ : จ.สุรินทร์
สาขา : จ.ศรีสะเกษ
สาขา : จ.บุรีรัมย์ (ไทวัสดุบุรีรัมย์)
Hotline : 044-062-416 (สำนักงานใหญ่), 081-880-9338, 080-334-9887, 062-585-9939

ให้บริการด้านการป้องกันและกำจัดปลวก, มด, แมลงสาบ, แมลงคืบคลาน และสัตว์พาหะนำโรคทุกชนิด เราให้บริการกำจัดปลวกในจังหวัดสุรินทร์, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, ยโสธร, ร้อยเอ็ดและจังหวัดต่างๆ ทั่วภาคอีสาน โดยมีทีมงานที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปี ด้วยนโยบายของบริษัทฯ ที่เน้นการให้บริการลุกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความซื่อสัตย์ เราได้ใช้สารเคมีที่ได้มาตราฐาน ปลอดภัยต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณะสุข ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าเรา เฟิร์สคลาส เพส คอนโทรล จึงมีความเป็นมืออาชีพเพื่อปกป้องบ้านและที่อยู่อาศัยของคุณให้พ้นจากแมลงร้ายเหล่านี้

บริษัท เฟิร์สคลาส เพส คอนโทรล จำกัด : มีทีมงานและพนักงานที่มีประสบการณ์และความชำนาญ ในการดำเนินการวิเคราะห์สำรวจพื้นที่อย่างละเอียดเพื่อจะให้ทราบถึงระดับของปัญหาและจุดที่พบปัญหาของแมลงและสัตว์พาหะนำโรค ทั้งภายในและภายนอกพื้นที่เพื่อประเมินสถานะการณ์ วางแผนการปฎิบัติงานได้ถูกต้องและเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุดให้กับลูกค้าได้เกิดความพึงพอใจเมื่อใช้บริการกับเรา

บริษัท เฟิร์สคลาส เพส คอนโทรล จำกัด : เราได้คำนึงเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจึงได้นำเอาระบบ IPM (Integrate Pest Management) มาใช้ในกระบวนการทำงานเพื่อจัดการแมลงแบบบูรณการ ผสมผสาน ใช้วิธีหลายวิธีในการกำจัด ใช้ระบบสุขาภิบาลและการจัดการสถานที่เพื่อลดการใช้สารเคมี ลูกค้าจึงมั่นใจในความปลอดภัยทั้งในด้านมลพิษที่จะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ใกล้เคียงและลดอันตรายจากการใช้สารเคมีแก่ผู้ที่อยู่อาศัย

บริการและมาตรฐานที่ลูกค้าได้รับจากเรา
- ลูกค้าและผู้รับบริการจะได้รับบริการที่มีคุณภาพและได้รับความพึงพอใจอย่างสูงสุด เมื่อใช้บริการของเรา
- ลูกค้าและผู้รับบริการจะได้รับคำแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาที่ถูกวิธีจากผู้เชี่ยวชาญของเรา
- ผลิตภัณฑ์หรือวัสดุที่นำมาใช้ได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขซึ่งปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม
- ลูกค้าและผู้รับบริการได้รับข้อมูล คำแนะนำ ปรึกษาด้านบริการฟรี
- มีการติดตาม และประเมินผลงานการทำงานจากบริษัท
- บริการสำรวจพื้นที่และปรึกษาปัญหาเรื่องปลวกและแมลง โดยผู้ชำนาญการ
- บริการกำจัดปลวก / มด / แมลงสาบ / หนู / ยุง / แมลงวัน
- บริการออกแบบวางระบบท่อกำจัดปลวกก่อนสร้างบ้าน
- วางท่อกำจัดปลวกตามแนวคาน
- วางท่อกำจัดปลวกแบบสปริงเกิ้ลหมุน
- หัวอัดฉีดเคมีรอบนอกอาคาร
- มีรถยนต์เซอร์วิสไว้คอยบริการลูกค้าอย่างรวดเร็ว
- การตรวจเช็คและรับประกันผลงาน
- การรับประกันผลงานเป็นระยะเวลา 3 ปี
- จะมีการตรวจเช็คปลวกให้ทุก ๆ 6 เดือน ต่อครั้งตลอดระยะเวลาการรับประกัน ( 3ปี )
- กรณีผู้ว่าจ้างพบปัญหาปลวกเกิดขึ้นในพื้นที่ขอบเขตความรับผิดชอบการรับประกัน ผู้ว่าจ้างสามารถแจ้งให้กับบริษัทฯ เข้าไปแก้ไขปัญหาและดำเนินการให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่ม
- กรณีผู้ว่าจ้างเปลี่ยนที่อยู่ หรืออื่น ๆ ผู้ว่าจ้างควรแจ้งให้บริษัทฯ ทราบทุกครั้ง เพื่อความสะดวกในติดต่อเข้าบริการตรวจเช็คครั้งต่อ ๆ ไป

ทำไมต้องเป็นเรา???
- บริการสำรวจพื้นที่และปรึกษาปัญหาเรื่องปลวกและแมลง ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น
- บริการออกแบบวางระบบท่อกำจัดปลวกโดยทีมงานที่มีประสบการณ์
- มีรถยนต์เซอร์วิสไว้คอยบริการลูกค้าอย่างรวดเร็ว
- อุปกรณ์เครื่องมือที่ให้บริการอยู่ในสภาพที่ดี มีคุณภาพและทันสมัย


การกำจัดปลวกมีวิธีป้องกันและกำจัด
1.ระบบติดตั้งท่อใต้สิ่งก่อสร้าง เพื่อป้องกันกำจัดปลวก (F-Pipe & Soil Treatment System)
2.ระบบเจาะพื้นอัดสารเคมีกำจัดปลวกลงดิน (F - Post Construction System)
3.บริการกำจัดปลวกด้วยระบบเหยื่อ (F - Termite Bait System) ปลวกตายยกรัง

ความรู้เกี่ยวกับปลวก
ปลวกเป็นแมลงที่มีความสำคัญในแง่เศรษฐกิจมาก มีทั้งคุณและโทษ ในแง่ประโยชน์ปลวกจัดเป็นส่วนหนึ่งของสังคมป่าไม้ที่สำคัญมาก เป็นทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายในระบบนิเวศโทษของปลวกนั้นเกิดขึ้นเพราะว่า ปลวกเป็นแมลงที่ต้องการเซลลูโลสเป็นอาหารหลักในการดำรงชีวิต และโดยที่เซลลูโลสนั้นเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเนื้อไม้ ดังนั้นเราจึงพบปลวกเข้าทำความเสียหายอย่างรุนแรงให้แก่ไม้ หรือโครงสร้างไม้ภายในอาคารบ้านเรือน รวมถึงวัสดุข้าวของเครื่องเรือน เครื่องใช้ต่างๆที่ทำมาจากไม้และผลิตภัณฑ์อื่นๆที่มีเซลลูโลสเป็นส่วนประกอบ

ในประเทศไทยมีปลวกแพร่กระจายอยู่กว่าหนึ่งร้อยชนิด แต่มีเพียงสิบกว่าชนิดเท่านั้นที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อไม้ที่นำไปใช้ประโยชน์ ปลวกใต้ดินจัดเป็นปลวกที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูงที่สุด โดยก่อให้เกิดความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือนคิดเป็นมูลค่าปีละหลายลิบล้านบาทการเข้าทำลายของปลวกชนิดนี้จะเริ่มขึ้นจากปลวกที่อาศัยอยู่ใต้พื้นดิน ทำท่อทางเดินดินทะลุขึ้นมาตารอยแตกแยกของพื้นคอนกรีต หรือรอยเชื่อมต่อระหว่างผนัง เสา และคานไม้ พื้นปาร์เก้ คร่าว เพดาน คร่าวฝา ไม้วงกบประตู และหน้าต่าง เป็นต้น

ในการดำรงชีวิตของปลวกใต้ดิน นอกจากอาหารแล้วความชื้นเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิตของปลวกอีกประการหนึ่ง ข้อมูลทางชีววิทยาและนิเวศวิทยาของปลวกนี้ ช่วยให้สามารถวางแผน และวางแนวทางในการป้องกัน และกำจัดปลวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิธีดำเนินการหลายวิธี เช่น การทำให้พื้นดินใต้อาคารเป็นพิษ การทำแนวป้องกันใต้อาคารที่ปลวกใต้ดินไม่สามารถเจาะผ่านได้ หรือการทำให้เนื้อไม้เป็นพิษปลวกใช้เป็นอาหารไม่ได้การดำเนินการมีทั้งการใช้สารเคมีและไม่ใช้สารเคมี ซึ่งขั้นตอนในการป้องกันกำจัดปลวกนี้ประชาชนทั่วไปสามารถจะนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเอง เพื่อช่วยลดความเสียหายและช่วยยืดอายุการใช้ประโยชน์ไม่ให้คงทนถาวรขึ้น ตามรายละเอียดที่จะกล่าวถึงต่อไป

ชีวิตความเป็นอยู่ และวงจรชีวิตของปลวก
ปลวกเป็นแมลงที่มีชีวิตความเป็นอยู่แบบสังคม มักอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ภายในรังโดยทั่วไปมีนิสัยไม่ชอบแสงสว่าง ชอบที่มืดและอับชื้น ประชากรปลวกมีการแบ่งแยกหน้าที่การทำงานออไปเป็นวรรณะต่างๆ รวม 3 วรรณะคือ
1.วรรณะสืบพันธ์ หรือแมลงเม่า
ประกอบด้วยตัวเต็มวัยที่มีปีกทั้งเพศผู้และเพศเมีย ทำหน้าที่สืบพันธุ์และกระจายพันธุ์โดยจะบินออกจากรังเมื่อดินฟ้าอากาศเหมาะสม เพื่อจับคู่กันและจะสลัดปีก ผสมพันธุ์กันและหาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อวางไข่

2.วรรณะกรรมกร หรือปลวกงาน
เป็นปลวกตัวเล็กสีขาวนวลไม่มีปีก ไม่มีเพศ ไม่มีตา ใช้หนวดเป็นอวัยวะรับความรู้สึกคลำทาง ทำหน้าทีเกือบทุกอย่างภายในรัง เช่น หาอาหารมาป้อนราชินี ราชา ตัวอ่อนและทหารซึ่งไม่หาอาหารกินเองนอกจากนี้ยังทำหน้าที่สร้างรัง ทำความสะอาดรัง ดูแลไข่เพาะเลี้ยงเชื้อราและซ่อมแซมรังที่ถูกทำลาย

3.วรรณะทหาร
เป็นปลวกที่มีหัวโต สีเข้ม และแข็งมีกรามขนาดใหญ่ ซึ่งดับแปลงไปเป็นอวัยวะคล้ายคีมที่มีปลายเหลมคมเพื่อใช้ในการต่อสู้กับศัตรูที่มารบกวนสมาชิกภายในรัง ไม่มีปีก ไม่มีตา ไม่มีเพศบางชนิดจะดัดแปลงส่วนหัวให้ยื่นยาวออกไปเป็นงวง เพื่อกลั่นสารเหนียวปล่อยหรือพ่นไปติดตัวศัตรูทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ หรืออาจทำให้ตายได้

การสร้างอาณาจักรหรือนิคมของปลวก
เริ่มต้นขึ้นเมื่อฤดูการเหมาะสม ส่วนใหญ่มักเป็นช่วงหลังฝนตกปีละประมาณ 2-3 ครั้งโดยแมลงเม่าเพศผู้และเพศเมีย (Alate or winged reproductive male of female) บินออกจากรังในช่วงเวลาพลบค่ำประมาณ 18.30-19.30 น. เพื่อมาเล่นไฟจับคู่ผสมพันธุ์กันจากนั้นจึงสลัดปีกทิ้งไป แล้วเจาะลงไปสร้างรังในดินในบริเวณที่มีแหล่งอาหารและความชื้น หลังจากปรับสภาพดินเป็นที่อยู่แล้วประมาณ 2-31 วันจึงเริ่มวางไข่เป็นฟองเดี่ยวๆและจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนอาจถึงวันละหลายพันฟอง ไข่จะฝักออกมาเป็นตัวอ่อน (Larva) และจะเจริญเติบโตโดยมีการลอกคราบจนเป็นตัวเต็มวัย ไข่รุ่นแรกจะฝักออกมาเป็นปลวกไม่มีปีกและเป็นหมันสารเคมีที่เรียกว่าฟีโรโมนหรือสารที่ผลิตออกมาจากทวารหนักของราชินี เพื่อให้ตัวอ่อนเกิดจะเป็นตัวกำหนดให้ตัวอ่อนพัฒนาไปเป็นปลวกวรรณะต่างๆเช่นปลวกงาน (Worker) ปลวกทหาร (Soldier) โดยบางส่วนของตัวอ่อนจะเจริญไปเป็นปลวกที่มีปีกสั้น ไม่สมบูรณ์ ซึ้งอยู่ในช่วงระยะเจริญพันธุ์ (Nymphs) เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์จะเจริญไปเป็นแมลงเม่า ซึ่งมีปีกยาวสมบูรณ์เต็มที่บินออกไปผสมพันธุ์ต่อไป ตัวอ่อนบางส่วนจะเจริญเติบโตเป็นปลวกวรรณะสืบพันธุ์รอง (Supplementary Queen and king) ซึ่งทำหน้าที่ผสมพันธุ์และอกไข่ เพิ่มจำนวนประชากร ในกรณีที่ราชา (King) หรือราชินี (Queen) ของรังถูกทำลายไป

นิเวศวิทยาของปลวก
สภาพความเป็นอยู่ หรือสภาพทางนิเวศวิทยา รวมถึงอุปนิสัยในการกินอาหารของปลวกแตกต่างกันออกไป แล้วแต่ชนิดและประเภทของปลวก ซึ่งสามารถจำแนกอย่างกว้างๆเป็น2 ประเภท โดยใช้แหล่งที่อยู่อาศัยเป็นหลักได้ ดังนี้

1.ปลวกที่อาศัยอยู่ในไม้
ปลวกชนิดนี้ตลอดชีวิตจะอาศัยและกินอยู่ภายในเนื้อไม้ โดยมีการสร้างทางเดินมาติดต่อกับพื้นดินเลย ลักษณะทั่วไปที่บ่งชี้มีปลวกในกลุ่มนี้เข้าทำลายไม้คือ วัสดุแข็งเป็นเม็ดกลมรีอยู่ภายในเนื้อไม้ที่ถูกกินเป็นโพรง หรืออาจร่วงหล่นออกมาภายนอกตามรูที่ผิวไม้ เราอาจแบ่งปลวกประเภทนี้เป็นกลุ่มย่อยลงไปอีกตามลักษณะความชื้นของไม้ที่ปลวกเข้าทำลาย ดังนี้

1.1ปลวกไม้แห้ง (Dry-wood termites)
ปลวกชนิดนี้อาศัยอยู่ในไม้ที่แห้งหรือไม้ที่มีอายุใช้การมานานลีความชื้นต่ำ โดยปกติมักจะไม่ค่อยเห็นตัวปลวกชนิดนี้อยู่นอกชิ้นไม้ แต่จะพบวัสดุแข็งรูปกลมรี ก้อนเล็กๆกองอยู่บนพื้นบริเวณโคนเสาฝาผนัง หรือโครงสร้างไม้ที่ถูกทำลาย โดยทั่วไปปลวกชนิดนี้จะทำลายไม้เฉพาะภายไนชิ้นไม้โดยเหลือชิ้นไม้ด้านนอกเป็นฟิล์มบางๆไว้ ทำไห้มองดูภายนอกเหมือนไม้ยังอยู่ในสภาพดี

1.2ปลวกไม้เปียก (Damp-Wood termites)
ปลวกชนิดนี้มักอาศัยและกินอยู่ในเนื้อไม้ของไม้ยืนต้น หรือไม้ล้มตายที่มีความชื้นสูง

2.ปลวกที่อาศัยอยู่ในดิน
ปลวกประเภทนี้จะอาศัยอยู่ในดิน แล้วออกไปหาอาหารที่อยู่ตามพื้นดินหรือเหนือพื้นดินขึ้นไป โดยส่วนใหญ่จะทำท่อทางเดินดินห่อหุ้มตัว เพื่อป้องกันการสูญเสียความชื้น และ หลบซ่อนตัวจากศัตรูที่จะมารบกวน จำแนกเป็น3พวก คือ

2.1 ปลวกใต้ดิน (Subterranean termites)
เป็นปลวกที่อาศัยและทำรังอยู่ใต้ดิน เช่น ปลวกในสกุล Coptotermes, Microtermes, Ancistrotermes และ Hypotermes เป็นต้น
2.2 ปลวกที่อาศัยอยู่ตามจอมปลวก (Mound-building termites)
เป็นปลวกที่สร้างรังขนาดกลางถึงขนาดใหญ่อยู่บนพื้นดินเช่นปลวกในสกุล Globitermes, Odontotermes และ Macrotermes เป็นต้น
2.3 ปลวกที่อาศัยอยู่ตามรังขนาดเล็ก(Carton nest termites)เป็นปลวกที่สร้างรังขนาดเล็กอยู่บนดินหรือเหนือพื้นดิน เช่น ตามกิ่งไม้ ต้นไม้ เสาไฟฟ้า หรือโครงสร้างอื่นๆ ภายในอาคาร เช่น ปลวกในสกุล Microcerotermes, Termes, Dicuspiditermes, Nasutitermes และ Hospitalitermes เป็นต้น

การกินอาหารของปลวก แหล่งอาหารของปลวก จำแนกออกเป็น 4 ประเภท คือ
1.ไม้ (wood)
2.ดินและฮิวมัส (Soil and Moss )
3.ใบไม้และเศษซากพืชที่ทับถมอยู่บนพื้นดิน(Lave and litter)
4.ไลเคนและมอส ( Lichen and Moss )

ปลวกส่วนใหญ่จะกินอาหารประเภทเนื้อไม้ เปลือกไม้ เศษไม้ ใบไม้ หรือวัสดุ อื่นๆ ที่มีเซลลูโลส เป็นองค์ประกอบ โดยในระบบทางเดินอาหารของปลวกจะมีสัตว์เซลล์เดียวคือ โปรโตซัวในปลวกชั้นต่ำ หรือมีจุลินทรีย์ ได้แก่ แบคทีเรีย และเชื้อราในปลวกชั้นสูงซึ้งจะทำหน้าที่ช่วงในการย่อยอาหารประเภทเซลลูโลส หรือสารประกอบอื่นๆให้กลายเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายปลวก

ความรู้เกี่ยวกับมด
มด เป็นสัตว์ในวงศ์ Formicidae อันดับ Hymenoptera มีจำนวนชนิดมากกว่า 12,000 ชนิด โดยพบมากในเขตร้อนของโลก มดมีการสร้างรังเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ บางรังมีจำนวนประชากรมากถึงล้านตัว มีการแบ่งวรรณะกันทำหน้าที่คือ วรรณะมดงาน เป็นมดเพศเมียเป็นหมัน ทำหน้าที่หาอาหาร สร้างและซ่อมแซมรัง ปกป้องรังจากศัตรู ดูแลตัวอ่อน และงานอื่นๆ ทั่วไป เป็นวรรณะที่พบได้มากที่สุด วรรณะสืบพันธุ์ เป็นมดเพศผู้ และราชินี เพศเมีย มีหน้าที่สืบพันธุ์ เนื่องจากมดเป็นสัตว์ในวงศ์ Formicidae จึงสามารถผลิตกรดมดหรือกรดฟอร์มิกได้เป็นลักษะเฉพาะของสัตว์ในวงศ์

วรรณะมด
มดราชินี (queen) เป็นมดเพศเมียที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ก่อนที่จะเป็นมดราชินี จะเป็นมดเพศเมีย (female) ธรรมดาก่อน เป็นมดมีปีก เมื่อผสมพันธุ์แล้วจะสลัดปีกทิ้งไป แล้วเริ่มสร้างรังวางไข่ มดราชินีจะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของมดทั้งรัง ตั้งแต่กำหนดเพศ จำนวนประชากร และพฤติกรรมต่างๆ เปรียบเหมือนเป็นศูนย์รวมของมดทุกชีวิตเลยก็ว่าได้ หากมดราชินีถูกฆ่าตาย มดตัวอื่นๆ จะขาดที่พึ่งและแตกกระจายกันไปไม่มีจุดหมาย อยู่เพื่อรอวันตายซึ่งอาจจะตายเองหรือถูกสัตว์อื่นกินเป็นอาหาร โดยทั่วไปมดรังหนึ่งจะมีมดราชินีเพียงตัวเดียวเท่านั้น
มดเพศผู้ (male) เป็นมดตัวผู้ มีปีกมีขนาดใกล้เคียงกับมดงาน มีหน้าที่เพียงแค่ผสมพันธุ์อย่างเดียว ในรังหนึ่งมีมดเพศผู้อยู่ไม่มาก และจะเกิดเพียงรุ่นเดียวเท่านั้นในรอบปี
มดงาน(worker) เป็นมดตัวเมียที่เป็นหมัน ไม่มีปีก มีหน้าที่คอยหาอาหารป้องกันศัตรู ดูแลรังไข่และตัวอ่อนรวมทั้งมดราชินี มดที่เราเห็นส่วนใหญ่ล้วนเป็นมดงานทั้งสิ้น มดรังหนึ่งจะมีมดงานจำนวนมากเพราะเกิดได้หลายรุ่นในรอบปี มดบางชนิดยังอาจแบ่งมดงานเป็น “มดทหาร” ซึ่งมีขนาดลำตัวใหญ่ (แต่เล็กกว่ามดราชินี) อาจพบได้ภายในรังและบริเวณใกล้รังเพื่อป้องกันศัตรูต่างๆ อีกประเภทหนึ่งคือ “มดกรรมกร” มีขนาดเล็กกว่ามดทหาร พบได้ในบริเวณที่ห่างรังออกไปเนื่องจากต้องไปหาอาหารตามที่ต่างๆ

กายวิภาคของมด โครงสร้างของมดนั้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนหัว ส่วนกลาง และส่วนท้อง
ส่วนหัว
ส่วนหัวของมด มีหลายรูปร่าง เช่น รูปร่างห้าเหลี่ยม รูปร่างมังกร หรือวงรี ซึ่งมีส่วนที่สำคัญอีกคือ

หนวด
หนวดของมดนั้นแตกต่างจากแมลงกลุ่มอื่น คือ หนวดของมดจะม้วนเข้าศอก เว้นแต่มดสายพันธุ์ Fomisintos ที่จะมีลักษณะการม้วนหนวดเหมือนแมลงชนิดอื่นๆ หนวดมด มีหน้าที่รับรู้สื่อสารและรายงานสถาณภาพต่างๆของบริเวณนั้นๆ ในการสื่อสารมดจะใช้หนวดมาสัมผัสกันเป็นการสื่อสารแบบ ลอย (Emando) หนวดของมดจะแบ่งออกเป็นปล้องๆ ซึ่งแล้วแต่ประเภท วรรณะของมด ซึ่งแบ่งออกดังนี้
มดราชินี (Queen Ant) มีหนวดประมาณ 210-254 ปล้อง
มดเพศผู้ (Male Ant) มีหนวดประมาณ 117-163 ปล้อง
มดเพศเมีย (Female Ant) มีหนวดประมาณ 131-155 ปล้อง
มดงาน (Worker Ant) มีหนวดประมาณ 83 -117 ปล้อง

ตา แบ่งได้เป็นสองประเภทคือ ตารวมและ ตาเดี่ยว

ตารวม คือ ตาที่มีอยู่เป็นคู่ อาจมีลักษะอื่นๆด้วย เช่น ตาเป็นมี ตา 2คู่ และไม่จำเป็นต้องอยู่บริเวณข้างหน้าเสมอไป มดส่วนใหญ่จะมีตาเป็นประเภทตารวม
ตาเดี่ยว คือ ตาที่ไม่ใช่คู่ ส่วนใหญ่ จะมีสามตา และอยู่บริเวณล่างของหนวด
มดส่วนใหญ่จะมีตารวม บางชนิดไม่มีตารวมตั้งอยู่บริเวณส่วนหน้า หรือด้านข้างของส่วนหัว มีขนาดตั้งแต่เป็นจุดเล็ก ๆ จนถึงขนาดใหญ่ ส่วนมากเป็นรูปวงกลม มีบ้างที่เป็นรูปวงรีหรือรูปไต มีหน้าที่สำหรับการมองเห็น ส่วนตาเดี่ยวโดยทั่วไปมี 3 ตา อยู่เหนือระหว่างตารวม ส่วนมากพบในเพศผู้และราชินี สำหรับมดงาน พบมากในมดเขตหนาว ไม่ได้ใช้ในการมองเห็น

ปาก ปากของมดจะมีอยู่สองลักษณะ คือ แบบกัดกิน (Thorix) และปากแบบลักษะดูด (Thorase)
ปากแบบกัดกิน จะมีลักษณะเป็นฟันสองซี่ จะคมมาก มีกรามที่แข็งแรงและขนาดใหญ่ เป็นส่วนที่เห็นชัดที่สุดรูปสามเหลี่ยม กึ่งสามเหลี่ยมหรือเป็นแนวตรงถือเป็นอวัยวะที่สำคัญในการจับเหยื่อและ ป้องกันตัว ทำให้มดส่วนใหญ่เป็นพวกกินสัตว์ พบได้ในมดงาน
ปากแบบลักษณะดูด จะมีไว้สำหรับ ดูดน้ำหวาน ตามเกสร พบในมดเพศเมีย และมดราชินี
ร่องพักหนวด เป็นร่วมหรือแอ่งยาวคล้ายรอยพิมพ์ อยู่บริเวณหน้าของส่วนหัว เป็นที่เก็บหนวดขณะที่ไม่ใด้ใช้ โดยทั่วไปมี 1 คู่ มีลักษณะแตกต่างกันตั้งแต่เป็นร่องตื้น ๆ ไปถึงร่องลึกเห็นชัดเจน บางชนิดไม่มีร่องพักหนวดนี้

ส่วนกลาง
ส่วนกลางเป็นส่วนที่เชื่อมต่อระหว่าง ส่วนท้อง และส่วนหัว โดยมากจะเป็นทรงกระบอก อาจมีตุ่มหนามอยู่ด้วย เป็นส่วนที่สองของลำตัวมดเป็นรูปทรงกระบอก อกของมดจะไม่ใช้คำว่า thorax แต่จะใช้ alitrunk แทน เนื่องจากอกของมดประกอบด้วย อกปล้องแรก อกปล้องที่ 2 และอกปล้องที่ 3 แต่อกปล้องที่ 3 นี้จะรวมกับท้องปล้องที่ 1 ซึ่งเรียกว่า propodeum ส่วนอกจะเป็นที่ตั้งของส่วนขาและปีก (สำหรับราชินีและมดเพศผู้) มดงานจะมีส่วนอกปกติ ยกเว้นมดราชินีมีอกขนาดใหญ่กวา ปีกจะพบที่มดเพศผู้และมดเพศเมียเท่านั้น มดบางชนิดอกปล้องที่ 1 อกปล้องที่ 2 เชื่อมติดกันเชื่อมติดกัน เช่นเดียวกับอกปล้องที่ 3 กับปล้องที่ 1 มดบางชนิดสันหลังอกมีหนามหรือตุ่มหนาม บางชนิดอาจเป็นแผ่นคล้ายโล่ห์ ขาของมดส่วนมากค่อนข้างยาว ทำให้เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วว่องไวมาก ความยาวของขาและรูปร่างของมดนั้นจะถูกกำหนดโดยพฤติกรรมต่างๆ

ส่วนท้อง
เป็นส่วนที่อยู่ท้ายสุดของมด บางชนิดจะแตกออกเป็น 2 ส่วน เรียกว่า Wasted twin ซึ่งมดบางชนิดอาจมีเหล็กใน และบางชนิดก็มีช่องไว้ปล่อยสารป้องกันตัว เป็นส่วนที่ 3 มดมี 1 หรือ 2ปล้องขึ้นอยู่กับกลุ่มมด อาจมี 1ปล้องคือ Petioleเป็นปล้องที่ 2 ของส่วนท้องอาจเป็นปุ่ม หรือแผ่น ส่วนถ้ามี 2 ปล้องคือ Petiole และ Postpetiole เป็นปล้องที่ 2กับปล้องที่ 3 Postpetiole อาจเป็นปุ่มหรือรูปทรงกระบอกก็ได้ มดบางชนิด petiole มีหนาม 1 คู่ ส่วนท้ายของลำตัว เรียก gaster โดยทั่วไปมีรูปร่างกลม แต่บางชนิดเป็นรูปหัวใจ หรือรูปทรงกระบอก ปลายส่วนท้องของมดงานส่วนใหญ่มีเหล็กไน บางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้ สำหรับบางชนิดไม่มีเหล็กไน ก็จะเปิดเป็นช่อง สำหรับขับสาร

ความรู้เกี่ยวกับแมลงสาบ
แมลงสาบ เป็นแมลงดึกบรรพ์ที่อาศัยอยู่บนโลกนี้มานานประมาณ 250 ล้านปี โดยสันนิษฐานจากหลักฐานซึ่งเป็น ฟอสซิล (fossil) ที่ถูกค้นพบ ตามการจำแนกแมลงทางวิทยาศาสตร์แมลงสาบถูกจัดกลุ่มไว้ในชั้น (class) Insicta, อันดับ(order) Orthoptera แต่บางครั้งพบว่าในตำราบางเล่มแมลงสาบอาจจะถูกจัดอันดับ Dictyoptera หรือ Blattodea ก็ได้ ซึ่งการจำแนกที่ แตกต่างกันเหล่านี้เกิดขึ้น จากการใช้ลักษณะบางอย่างที่แตกต่างกัน มาใช้ในการจำแนก แมลงสาบถูกจำแนกย่อยเป็นวงศ์ (family) ต่างๆกันได้ 5 วงศ์ คือ Blattidae, Blatteidec, Blaberidae, Cryptocercidae และ Polyphagidae จนกระทั่งปัจจุบันนี้ แมลงสาบ ที่พบทั่วโลกมีทั้งสิ้นประมาณ 4,000 ชนิด

แมลงสาบ มีแหล่งกำเนิดอยู่ในเขตอบอุ่น แต่ปัจจุบันพบว่ามีการแพร่กระจายไปทั่วโลก ซึ่งอาจจะติดไปกับสินค้าจำพวกหีบห่อหรือลังไม้ที่ขนส่งไปทางเรือหรือรถบรรทุก อย่างไรก็ตามยังคงพบ แมลงสาบ ในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนมากกว่าพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น โดยทั่วไป แมลงสาบ ชอบอาศัยอยู่ตามบ้านเรือน ท่อระบายน้ำ ร้านขายของชำ ร้านอาหาร ห้องครัวในโรงพยาบาลหรือโรงแรม โกดังเก็บสินค้าทางการเกษตรหรือกระดาษ เป็นต้น แมลงสาบ ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณที่มืด อบอุ่น และมีความชื้นสูง ลักษณะโดยทั่วไปของ แมลงสาบ มีลำตัวแบนรีเป็นรูปไข่ ความยาวของลำตัวตั้งแต่ 1 ซม. ถึง 8 ซม. มีสีต่างๆกันตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีดำ บางชนิดอาจมีสีอื่นที่ค่อนข้างแปลกตา เช่น สีส้ม หรือสีเขียวก็ได้ โดยทั่วไป แมลงสาบตัวเมียจะอ้วนกว่าตัวผู้ หัวของแมลงสาบมีลักษณะคล้ายผลชมพู่ คือ ด้านบนป้านส่วนด้านล่างเรียวลง และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ส่วนหัวจะติดกับส่วนอกโดยมีส่วนคอเล็กๆเชื่อมอยู่ แมลงสาบ อาจมีปีกหรือไม่มีปีกก็ได้
โดยปกติพวกที่มีปีกเจริญดีจะมีปีก 2 คู่ ปีกคู่แรกจะแข็งแรงกว่าปีกคู่หลัง ทั้งนี้ปีกคู่หลังซึ่งมีลักษณะเป็นเยื่อบางๆจะซ้อนทับอยู่ใต้ปีกคู่แรก ปีกของ แมลงสาบ จะปกคลุมลำตัวด้านบนไว้เกือบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม แมลงสาบ บางชนิดอาจมีปีกที่กุดสั้น ถึงแม้ว่า แมลงสาบ จะสามารถบินได้ก็ตามแต่โดยทั่วไปแล้วมักเดินหรือวิ่งมากกว่า ทั้งนี้จะบินในกรณีที่ถูกรบกวนเท่านั้น แมลงสาบ มีขา 3 คู่ ขาคู่หน้าเล็กกว่าขาคู่หลัง ขาของ แมลงสาบ นั้นมีลักษณะเป็นขาสำหรับวิ่งจึงทำให้ แมลงสาบ วิ่งได้เร็วมาก แมลงสาบ มีหนวดยาวเรียวแบบเส้นด้าย 1 คู่ ซึ่งมีขนเล็กๆจำนวนมากอยู่รอบๆหนวด ปากมีลักษณะเป็นแบบดักเคี้ยว แมลงสาบ สามารถกินอาหารได้ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ แต่ส่วนมากชอบกินเศษอาหารประเภทแป้งหรือน้ำตาล ซากสัตว์หรือแมลงที่ตายแล้ว น้ำลาย เสมหะ อุจจาระ กระดาษ หรือแม้แต่ผ้า เป็นต้น แมลงสาบ มีนิสัยชอบกินอาหารและถ่ายอุจจาระออกมาตลอดทางที่เดินผ่าน ชอบออกหากินในเวลากลางคืนและมักอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม แต่ก็มี แมลงสาบ บางชนิดที่ออกหากินในเวลากลางวัน
แมลงสาบ มีการเจริญเติบโตเป็นแบบไม่สมบูรณ์ (Incomplete metamorphosis) ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปร่างและขนาด วงจรชีวิต (life cycle) ประกอบด้วย 3 ระยะ คือ ไข่ (egg), ตัวอ่อนหรือตัวกลางวัย (nymph), และตัวเต็มวัย (adult) ตัวอ่อนจะมีรูปร่างลักษณะคล้ายตัวเต็มวัยมาก ต่างกันที่ขนาด ปีก และอวัยวะสืบพันธุ์เท่านั้น แมลงสาบ วางไข่เป็นกลุ่ม กลุ่มละหลายฟอง และจะเชื่อมติดกันเป็นกลุ่มด้วยสารเหนียวมีลักษณะเป็นแคปซูล หรือกระเปาะ รูปร่างเหมือนเมล็ดถั่ว (ootheca) รูปร่างลักษณะของแคปซูลจะแตกต่างกับไปไม่แน่นนอนแล้วแต่ชนิดของ แมลงสาบ แมลงสาบ บางชนิดจะนำกระเปาะไข่ติดตัวไปด้วยจนไข่ใกล้จะฟักจึงปล่อยออกจากลำตัว แต่บางชนิดอาจมีการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ (parthenogenesis) ก็ได้ ลักษณะ การวางไข่ของ แมลงสาบ แตกต่างกัน บางชนิดจะวางไข่ตามซอกมุมหรือในดิน หรืออาจจะวางติดกับฝาผนังบ้าน หรือเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ จำนวนไข่ในแต่ละกระเปาะจะแตกต่างกันตามแต่ชนิดของ แมลงสาบด้วย โดยทั่วไปจะมีประมาณ 16/18 ฟอง แต่อาจจะวางได้หลายชุด บางชนิดอาจจะวางเพียง 4-6 ชุด แต่บางชนิดอาจวางมากถึง 90 ชุด ก็ได้ อายุของไข่จะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความชื้น ปกติไข่จะฟักได้เร็วในที่ๆมีอุณหภูมิสูง ตัวอ่อนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆจะมีสีขาวและไม่มีปีก มีการดำรงชีพแบบอิสระ (free living) เมื่อมีอายุได้ 3-4 สัปดาห์ ก็จะมีการลอกคราบเกิดขึ้น การลอกคราบนี้จะเกิดขึ้นอีกหลายครั้งจนกระทั่งเป็นตัวเต็มวัย ใน แมลงสาบ ที่มีปีกเกิดขึ้นมีลักษณะเป็นแผ่นเล็กๆอยู่ทางด้านข้างของอกปล้องที่ 2 และ 3 และจะค่อยๆมีขนาดใหญ่ขึ้นจนกระทั่งเจริญเต็มที่เมือเป็นตัวเต็มวัยแต่บางชนิดก็จะมีลักษณะเป็นติ่งยื่นออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถึงแม้จะเป็นตัวเต็มวัยแล้วก็ตาม บางชนิดก็ไม่มีปีกเลย จำนวนครั้งในการลอกคราบของตัวอ่อนและระยะเวลาที่ใช้ในการเจริญเติบโตจนกระทั่งเป็นตัวเต็มวัย จะแตกต่างกันตามแต่ชนิดของแมลงด้วย เมื่อเจริญเป็นตัวเต็มวัยแล้วก็จะมีการผสมพันธุ์และการวางไข่เกิดขึ้น หลังจากวางไข่หมดก็จะมีอายุต่อไปได้อีกหลายวัน

อุปนิสัยของแมลงสาบ
ชอบอยู่เป็นกลุ่ม ตามซอกมุมภายในบ้าน นอกบ้าน ท่อน้ำทิ้งทั้งในและนอกอาคารบ้านเรือน ตามซอกมุมที่อับชื้น ที่การทำความสะอาดเข้าไม่ถึง ไม่ชอบแสงสว่าง มักไม่ค่อยพบแมลงสาบในเวลากลางวัน แต่จะออกมาหาอาหารและทำกิจกรรมต่างๆในเวลากลางคืนและในที่มืด แมลงสาบ กินอาหารได้เกือบทุกชนิดมักจะวางกระเปาะไข่ในบริเวณที่ตัวอ่อนจะสามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ง่าย เช่น ตามวอกอับชื้นภายในบ้าน หรือใกล้บริเวณที่มีน้ำและอาหารอยู่อย่างสม่ำเสมอ

ความรู้เกี่ยวกับหนู
หนู เป็นสัตว์ฟันแทะประเภทเลี้ยงลูกด้วยนม มีลักษณะเด่นชัดคือมีฟันคู่หน้าทั้งบนและล่าง 2 คู่ ที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษและคมมีลักษณะโค้งยื่น เพื่อใช้สำหรับกัดหรือแทะสิ่งต่างๆ เพื่อให้ฟันหน้าซึ่งสามารถเจริญยาวได้ตลอดชีวิตของมัน มีขนาดสั้นพอเหมาะและคมอยู่เสมอ หนู มีความสำคัญ ทั้งทางด้านสาธารณสุข และการเกษตรทั้งนี้ เพราะหนูเป็นสัตว์แทะ ที่มีคุณสมบัติ ทางด้านชีววิทยาในการแพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมสภาพต่างๆ ภายในบ้านได้เป็นอย่างดี ลักษณะนิสัยของ หนู ชอบการกัดทำลายวัสดุ สิ่งของเครื่องใช้และสิ่งก่อสร้างต่างๆ เป็นประจำ เช่น ตู้ โต๊ะ เพดานบ้าน สายไฟ สายโทรศัพท์ สายคอมพิวเตอร์ ท่อน้ำ ผ้าม่าน สบู่ เครื่องประดับต่างๆ ตามถนน คันคูน้ำ คันนา หนู ก็จะขุดรูอาศัย เป็นผลให้เกิดการชำรุดเสียหายจนใช้การไม่ได้ ทำให้ต้องเสียเงินซ่อมแซมอยู่เสมอ
ด้านการเกษตรนั้นส่วนใหญ่ก็เพื่อดำรงชีวิตและแพร่พันธุ์ต่อ ไป หากบ้านใดมีหนูย่อมมีความเสียหายจากการทำลายของ หนู ติดตามมา นอกจากผลเสียหายที่เกิดจากการกัดทำลายของ หนู ทำให้เสียหายด้านการเกษตรและเศรษฐกิจแล้ว ประกอบกับพฤติกรรมในการดำรงชีวิตของมันทำให้มันเป็นตัวการสำคัญที่นำโรค ต่างๆ มาสู่คนได้ ดังนั้น จะศึกษาเรื่อง หนู ที่มีความสำคัญโดยเฉพาะในทางสาธารณสุขและการเกษตรเท่านั้น หนูที่มี ความสำคัญทางด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะหนูที่อาศัยทำรังและหากินอยู่ในบ้านหรือบริเวณรอบๆ บ้าน ซึ่งสามารถพบเห็นได้ มี 4 ชนิด ซึ่งน่าจะศึกษาเรื่องราวของแต่ละชนิด เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมและป้องกันต่อไปนี้
หนูนอร์ เวย์ (Rattus norvegicus)
หนูนอร์เวย์ (Rattus norvegicus) บางที่เรียกหนูขยะ หนูท่อ หนูสีน้ำตาล หนูชนิดนี้เป็นหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล มีน้ำหนักตัว 300 – 350 กรัม บางตัวอาจมีน้ำหนักถึง 400 กรับ ขนาดลำตัวและหัวยาวประมาณ 180 – 250 มม. หางยาวประมาณ 150 – 220 มม. ตีนหลังยาวประมาณ 35 – 40 มม. หูยาวประมาณ 17 – 23 มม.
ลักษณะรูปร่าง
ลักษณะขนหยาบมีสีน้ำตาลปนเทา ห้องสีเทา ส่วนจมูกทู่ ใบหูเล็ก ตาเล็ก หางสั้นมี 2 สี ด้านบนสีดำ ด้านล่างสีจาง มีเกล็ดหยาบๆ ที่หาง และด้านบนของตีนหลังมีสีขาว มีเต้านมรวม 6 คู่ อยู่ที่อก 3 คู่ ท้อง 3 คู่
ถิ่นที่อยู่อาศัย
มักอยู่ตามรู ตามท่อระบายน้ำโสโครก ท่อน้ำ ใต้ถุนตึกหรือบ้านเรือน บริเวณลำคลอง กองขยะมูลฝอย ไม่ชอบขึ้นที่สูง กินอาหารบูดเน่า พวกแป้ง ผัก เนื้อ และปลา
การแพร่พันธุ์
ออกลูกปีละ 4 – 7 ครอก ลูกหนึ่งครอกมีจำนวน 8 –12 ตัว ระยะทางการหากิน 100 – 150 ฟุต

ลักษณะมูล
มีขนาดใหญ่คล้ายแคปซูลยาวประมาณ 3-4 นิ้ว
หนูท้องขาว (Rattus rattus)
บางครั้งเรียก หนู หลังคา (roof rat) เป็นหนูตระกูล Rattus ที่มีขนาดใหญ่ปานกลางรูปร่างเพรียว มีน้ำหนักตัว 90-250 กรัม บางตัวอาจมีน้ำหนัก 360 กรัม ขนาดลำตัวและหัวยาวประมาณ 182 มม. หางยาวประมาณ 188 มม. ตีนหลังยาวประมาณ 33 มม. ความยาวใบหูประมาณ 23 มม. มีเต้านมรวม 5-6 คู่ อยู่ที่อก 2 คู่ที่ท้อง 3 คู่
ลักษณะรูปร่าง
ขนด้านหลังมีสีน้ำตาล (ฐานขนสีเทาปลายสีน้ำตาล) ไม่มีขนคล้ายหนาม (spine) ขนส่วนท้องมีสีขาวปนเทาหรือเหลืองครีม จมูกแหลม ตาโปน มีขนาดหูใหญ่ หางมีสีดำและมีเกล็ดละเอียดตลอดหาง ความยาวของหางมากกว่าความยาวของลำตัว
ถิ่นที่อยู่อาศัย
ชอบอาศัยอยู่ตามอาคารบ้านเรือน หลังคาบ้าน บริเวณกันสาดใต้หลังคา ถ้าบริเวณรอบบ้านมีต้นไม้ แผ่กิ่งก้านสาขาอยู่ใกล้เคียงอาจพบหนูท้องขาวและรังอยู่บนต้นไม้นั้นด้วย มีความสามารถในการปีนป่ายเก่งกินอาหารทุกชนิด อาหารที่ชอบมากคือ เมล็ดพืช เช่น ข้าวเปลือก ถั่วข้าวโพด
การแพร่พันธุ์ ออกลูกปีละ 4-6 ครอก ลูกหนึ่งครอกมีจำนวน 6-8 ตัว
ระยะทางหากิน 100-150 ฟุต
ลักษณะมูล
เป็นรูปกระสวย ปลายแหลม ขนาดความยาวไม่เกิน1-2 นิ้ว

หนูจี๊ด (Rattus exulans)
เป็นตระกูลของ Rattus ที่มีขนาดเล็ก แต่ตัวโตกว่าหนูหริ่ง น้ำหนักตัวประมาณ 36 กรัม ขนาดลำตัวและหัวยาวประมาณ 115 มม. หางยาวประมาณ 128 มม. ตีนหลังยาวประมาณ 23 มม. ความยาวหูประมาณ 16 มม. มีเต้านมรวม 4 คู่ อยู่ที่หน้าอก 2 คู่ ที่ท้อง 2 คู่
ลักษณะรูปร่าง
รูปร่างเพรียว จมูกแหลม ตาโต หูใหญ่ ขนด้านหลังสีน้ำตาลมีลักษณะอ่อนนุ่ม มีขนแข็ง (spine) ขึ้นแซมบ้างเล็กน้อย ขนด้านท้องสีเทา ผิวหางเรียบไม่มีเกล็ดมีสีดำตลอด
ถิ่นที่อยู่อาศัย
ตามบ้านเรือน ชอบที่สูงตามซอกมุมที่ลับตาอาคาร บนเพดาน และมีความสามารถในการปีนป่ายเก่งเหมือนหนูท้องขาว
การแพร่พันธุ์
ตัวเมียออกลูกครั้งละ 8 – 12 ตัว
ระยะทางหากิน 20 – 50 ฟุต เวลาออกหากินกลางคืนจะส่งเสียงร้องจี๊ดๆ ให้ได้ยิน

หนูหริ่ง (Mus musculus)
หรือบางครั้งเรียกว่า house mouse เป็นหนูในตระกูล Mus ชนิดที่พบเห็นตามบ้านเรือนมาก เป็นหนูบ้านที่มีขนาดเล็กที่สุด มีน้ำหนักตัวเพียง 10 – 15 กรัม ขนาดลำตัวและหัวยาวประมาณ 74 มม. หางยาวประมาณ 79 มม. ตีนหลังยาวประมาณ 16 มม. ใบหูยาวประมาณ 12มม. มีเต้านมรวม 5 คู่ อยู่ที่อก 3 คู่ และที่ท้อง 2 คู่
ลักษณะรูปร่าง
จมูกแหลม ขนด้านหลังสีเทาบางทีมีสีน้ำตาลปน มีลักษณะอ่อนนุ่ม ขนด้านท้องสีขาว ส่วนหางมี 2 สีด้านบนสีดำ ส่วนด้านล่างสีจางกว่า
ถิ่น ที่อยู่อาศัย ตามบ้านเรือน มักชอบหลบซ่อนตัวอยู่ตามตู้ โต๊ะ ที่เก็บของ ตามช่อง ฝาผนัง ตามครัว กินอาหารได้ทุกชนิด แต่ชอบพวกเมล็ดพืช
การแพร่พันธุ์
ออกลูกปีละประมาณ 8 ครอก ลูกหนึ่งครอกมีจำนวน 5 - 6 ตัว
ระยะทางการหากิน 10 – 30 ฟุต
ลักษณะมูล
ขนาดเล็กกลมยาวปลายแหลมยาวประมาณ 1/8 นิ้ว
ชีววิทยาและพฤติกรรมของหนู
การสืบพันธุ์และการเจริญ เติบโตหนู เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีความสามารถในการผสมพันธุ์ และแพร่พันธุ์ได้รวดเร็วมาก จากการศึกษาสำรวจพบว่า พวกหนูนอร์เวย์ และหนูท้องขาวสามารถมีลูกได้ครั้งแรกอายุประมาณ 3 – 5 เดือน เมื่อผสมแล้วจะตั้งท้องเพียง 21 – 22 วัน สำหรับหนูมีลูกติดๆ กันไม่หยุดในท้องหลังๆ อาจตั้งท้องนาน 23 – 29 วัน ส่วนในหนูหริ่งนั้น หลังผสมพันธุ์อาจตั้งท้องประมาณ 19 วัน ภายใน 48 ชั่วโมง หลังคลอด ความยืนยาวของชีวิตหนูแต่ละชนิดไม่เท่ากัน แต่ไม่แตกต่างกันมากนัก เช่น หนูท้องขาวอาจจะมีชีวิตอยู่ได้นานประมาณ 2ปี

พฤติกรรมของหนู
การ เป็นอยู่ทั่วๆ ไป หนูมีความสามารถในการเรียนรู้ คุ้นเคยและสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพสิ่งแวดล้อมได้ดี การเป็นอยู่ในรังจะมีหัวหน้า ทำหน้าที่ออกสำรวจหาอาหาร หนูตัวเมียถ้ามีลูกโตพอสมควรมันจะพาลูก ๆ ออกไปหากินพร้อมๆ กัน และสอนให้ลูกๆ รู้จักหาอาหารโดยปลอดภัย ลูกหนูเมื่ออายุประมาณ 3 เดือน แล้วมักแยกตัวมาอยู่อิสระในช่วงนี้หนูจะมีความรวดเร็วว่องไวในการเคลื่อนไหว และหากินมาก

การมีปฏิกิริยาต่อสิ่งที่แปลกๆ
หนู มีความฉลาดเฉลียวในการสังเกตระมัดระวังต่อสิ่งแปลกปลอม ที่ไม่คุ้นเคยต่างๆ รวมทั้งแสง เสียง อาหาร สภาวะแวดล้อมต่างๆ ดังนั้นการวางยาเบื่อหรือใช้เหยื่อล่อใส่ในกรงหนูจึงต้องระมัดระวังให้มี ความพอเหมาะ เช่น การผสมยาเบื่อหนู ถ้าผสมข้นเกินไป กลิ่นแรงผิดสังเกตหนูจะไม่ยอมกินเหยื่อนั้น ต้องวางเหยื่อนั้นหลายๆ วัน จนหนูคุ้นเคยจึงผสมยาเบื่อให้หนูกิน หรือนำไปเป็นเหยื่อสำหรับล่อให้หนูมากิน

การว่ายน้ำ
หนู สามารถว่ายน้ำได้เก่งและสามารถดำน้ำได้นานถึง 2 นาที จึงทำให้มันมีความคล่องตัวในการออกหากินและหนีศัตรู หนูสามารถเข้าไปในอาคารได้ตามรางระบายน้ำหรืออาศัยอยู่ในท่อน้ำทิ้งที่ใหญ่ๆ ได้

การกระโดด
หนูมีความสามารถในการกระโดดดี มาก ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดในแนวพื้นราบ ขึ้นสูงหรือลงข้างล่าง เช่น พวกหนูท้องขาว สามารถกระโดดจากระดับพื้นดินได้สูง 18 – 24 นิ้ว และถ้ามีทางวิ่งมันสามารถกระโดดได้สูงถึง 3 ฟุต ถ้ากระโดดในแนวราบมันไปได้ไกลถึง 8 ฟุต และถ้ากระโดดในแนวดิ่งมันสามารถกระโดดลงมาจากที่สูงถึง 15 ฟุตได้ โดยปลอดภัยทำให้มันมีความรวดเร็วว่องไวในการหลบหนีศัตรูได้ดีมาก

การปีนป่าย
หนู ท้องขาว หนูหริ่ง หนูจี๊ด สามารถไต่ปีนป่ายท่อน้ำ ผนังฝาบ้าน ขอบริมหน้าต่าง ช่องลม ตู้กับข้าวได้ดี ทำให้สามารถขึ้นไปทำรังในที่สูงได้ แม้ผนังนั้นจะสูงชันก็สามารถปีนป่ายได้ดีและรวดเร็ว ส่วนหนูนอร์เวย์นั้นถึงแม้ไม่ชอบปีนป่าย แต่ถ้าจำเป็นมันก็สามารถปีนป่ายได้

การขุดโพรงรู
หนู บ้านทุกชนิดสามารถขุดรูหรือโพรงได้ เช่น พวก หนู นอร์เวย์สามารถขุดโพรงได้เก่ง ความยาวของโพรงที่ขุดประมาณ 3 ฟุต ความลึกของโพรงตามแนวดิ่งประมาณ 1 ฟุต ส่วนหนูท้องขาวและหนูหริ่งนั้นเก่งในทางปีนป่ายชอบทำรังเหนือพื้นดินบนบ้าน แต่ถ้าหากภายในบ้านไม่มีที่เหมาะสมสำหรับทำรัง และบริเวณพื้นดินรอบๆ บ้านหรือใต้ถุนบ้านไม่มีหนูนอร์เวย์ มันอาจจะขุดรูอยู่ก็ได้ และหนูหริ่งก็เช่นกัน ถ้ามันมีความจำเป็นและบริเวณนั้นๆ ไม่มีหนูที่ใหญ่กว่าอยู่มันจึงจะขุดรูและทำรังอยู่อาศัย

รังและที่พักอาศัยของหนู
หนู ชนิดที่อาศัยอยู่ภายในบ้าน มักจะสร้างรังในที่ซึ่งปลอดภัยและอยู่ใกล้ๆ กับแหล่งที่มีน้ำและอาหาร เป็นที่ซึ่งลับหูลับตา เงียบสงบและปราศจากการถูกรบกวน โดยปกติถ้าทำรังในบ้าน มักจะใช้วัสดุอ่อนๆ เช่น เศษกระดาษ เศษผ้า มาทำเป็นรังบางครั้งถ้าอากาศหนาวและมีลูกอ่อนมันจะสร้างหลังคาคลุมรังด้วย หนูบ้านบางชนิดเช่นหนูนอร์เวย์จะทำรังตามบริเวณบ้านด้วย โดยขุดรูตามใต้อาคาร หรือบ้านที่มันอาศัย จึงไม่ควรทิ้งของรกรุงรัง เศษกระดาษหรือเศษผ้าตามบริเวณรอบบ้านเพราะหนูจะนำไปสร้างรังที่อยู่อาศัยได้

นิสัยการกินอาหาร
หนู สามารถกินอาหารได้แทบทุกชนิด หนูมีช่วงเวลาออกหากินแตกต่างกันในแต่ละชนิด แต่เมื่อพบอาหารแล้วมักจะพยายามคาบไปซ่อนไว้ ถ้าอาหารเป็นชิ้นใหญ่มันจะใช้เวลาคาบหรือชักลากไป แต่ถ้าชิ้นอาหารเล็กมากมันจะกินตรงบริเวณนั้นไม่นำกลับ การกินอาหารใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นเคยมักเป็นในลักษณะชิม เพื่อทดสอบว่าอาหารนั้นเป็นพิษสำหรับมันหรือไม่

การแทะ
เป็น ธรรมชาติอย่างหนึ่งของหนูที่ฟันคู่หน้าของมันมีลักษณะ แข็งพอเหมาะและสามารถงอกยื่นยาวออกไปได้เรื่อยๆ ตลอดชีวิต ประมาณปีละ 5 นิ้ว ดังนั้นหนูจึงมีความจำเป็นต้องกัดแทะอยู่เสมอ เพื่อลับฟันให้คมและมีขนาดสั้นพอเหมาะ โดยทั่วไปหนูจะเริ่มแทะเป็นตั้งแต่มีอายุได้ประมาณ 2 สัปดาห์

ประสาทความรู้สึก
หนูทุกชนิดมีประสาทความรู้สึกไวมาก ทำให้ยากต่อการควบคุมกำจัดให้ได้ผล

การสัมผัส
หนู มีเครา และขน ซึ่งมีความยาวกว่าขนธรรมดาและขึ้นกระจายอยู่ทั่วๆ ไปเป็นประสาทสัมผัสที่ดีมาก โดยในเวลากลางคืนที่มันวิ่งออกหากิน มันจะวิ่งไปตามทางข้างๆ ผนัง โดยมีเคราและขนดังกล่าว จะสัมผัสกับผนังห้อง

การเห็น
หนูมีระบบประสาทมองไม่ดี มองเห็นได้ไม่ไกลและตาบอดสี เห็นเฉพาะสีขาวดำ ฉะนั้นจึงมองเห็นในเวลากลางคืนดีกว่ากลางวัน

การรู้รส
ของ หนูไม่ดีเท่าคน ไม่สามารถแยกรสชาติอาหารได้เท่าคน แต่มีบ่อยครั้งที่หนูมีการเข็ดเหยื่อเพราะหนูมีความฉลาดและระมัดระวังตัวดี กินอาหารอะไรที่ไม่คุ้นเคยมักกินแบบชิมๆ เมื่อได้รับยาเบื่อในขนาดไม่สูงพอที่จะให้หนูตาย เมื่อยาเบื่อเข้าไปในกระเพาะจะไปทำให้หนูเจ็บและเกิดการเรียนรู้และเข็ด เหยื่อ

การได้ยิน
หนูได้ยินเสียงในระยะเพียงประมาณ 6 นิ้วเท่านั้น

การทรงตัว
หนู ทุกชนิดมีการทรงตัวดีมากมาตั้งแต่กำเนิด ถึงแม้หนูที่ปีนป่ายที่สูงจะตกหล่นลงมายังพื้นไม่ว่าในลักษณะท่าใดเมื่อหล่น ถึงพื้น เท้าทั้งสี่ของหนูจะลงพื้นก่อนเสมอทำให้หนูไม่เป็นอันตรายและในท่าที่ลงพื้น นี้ หนูก็พร้อมที่จะวิ่งได้ต่อไปทันที

ความรู้เกี่ยวกับยุง
ยุง เป็นแมลงที่พบได้ทั่วโลกแต่พบมากในเขตร้อนและเขตอบอุ่น จากหลักฐานทางฟอสซิลสามารถสันนิษฐานได้ว่า ยุงมีในโลกตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์เมื่อประมาณ 38-54 ล้านปีมาแล้ว โดยปกติตัวเมียมักจะกินเลือดเป็นอาหาร ส่วนตัวผู้มักจะกินน้ำหวาน นอกจากนี้ยังเป็นแมลงที่เป็นพาหะแพร่เชื้อโรคอีกด้วย เช่นไข้เลือดออกยุงตัวเมียจะมีอายุประมาณ 1-3 สัปดาห์ ขึ้นกับชนิดและสภาพแวดล้อม ส่วนตัวผู้จะมีอายุประมาณ 4-5 วัน จะตายหลังจากผสมพันธุ์เสร็จ ยุงทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 3,450 ชนิด พบในประเทศไทย ประมาณ 412 ชนิด แต่ที่คุ้นเคยกันดีคือยุงก้นปล่อง (Anopheles) ยุงลาย (Aedes)
ลักษณะโดยทั่วไป
ยุงเป็นแมลงที่มีขนาดเล็กโดยทั่วไปมีขนาดลำตัวยาว 4-6 มิลลิเมตร บางชนิดมีขนาดเล็กมาก 2-3 มิลลิเมตร และบางชนิดอาจยาวมากกว่า 10 มิลลิเมตร ยุงมีส่วนหัว อก และท้อง มองเห็นได้อย่างชัดเจนและสามารถแยกออกจากแมลงชนิดอื่น ได้อย่างง่ายๆ โดยสังเกตจากรูปพรรณสัณฐาน ดังต่อไปนี้คือ มีปากคล้ายงวง ยื่นยาวออกไปข้างหน้า และมีปีกสำหรับบิน 1 คู่ ยุงมีส่วนหัว อก และท้อง มองเห็นได้อย่างชัดเจนและสามารถแยกออกจากแมลงชนิดอื่น ได้โดยสังเกตจากรูปพรรณสัณฐาน ดังต่อไปนี้คือ มีปากคล้ายงวง ยื่นยาวออกไปข้างหน้า และมีปีกสำหรับบิน 1 คู่

ยุงมีวงจรชีวิตแบบสมบูรณ์ (holometabolous) ซึ่งประกอบด้วย ไข่ (egg) ลูกน้ำ(larva; พหูพจน์ =larvae) ตัวโม่ง(pupa; พหูพจน์ =pupae) และยุงตัวแก่ (adult)
การเกิดของยุงจะแบ่งเป็น 4 ขั้น

ช่วงเป็นไข่ ซึ่งยุงจะไข่ในน้ำ
ช่วงเป็นลูกน้ำตัวยาว (Larva)จะกินสารอินทรีย์ แบคทีเรีย แพลงตอนในน้ำเป็นอาหาร
ช่วงเป็นลูกน้ำตัวกลม หรือลูกโม่ง (Pupa)คือตัวอ่อนของยุงที่พร้อมจะเป็นยุงแล้ว จะไม่กินอาหาร
ช่วงที่เป็นยุง (ตัวแมลง)
ยุงเมื่อลอกคราบออกจากระยะตัวโม่งได้ไม่กี่นาทีก็สามารถออกบินได้เลย อาหารที่ใช้ในระยะนี้ของทั้งตัวผู้และตัวเมียเป็นน้ำหวานจากดอกไม้หรือต้นไม้ การผสมพันธุ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในอากาศ บางชนิดการผสมพันธุ์เกิดขึ้นในขณะที่ยุงตัวผู้มีการบินวนเป็นกลุ่ม (swarming) โดยเฉพาะเวลาหัวค่ำและใกล้รุ่ง ตามพุ่มไม้ บนศีรษะ ทุ่งโล่ง หรือบริเวณใกล้กับเหยื่อ เป็นต้น และตัวเมียจะบินเข้าไปเพื่อผสมพันธุ์ ยุงตัวเมียส่วนใหญ่ผสมพันธุ์เพียงครั้งเดียวโดยที่เชื้ออสุจิจากตัวผู้จะถูกกักเก็บในถุงเก็บน้ำเชื้อ ซึ่งสามารถใช้ไปได้ตลอดชีวิตของมัน ส่วนยุงตัวผู้สามารถผสมพันธุ์ได้หลายครั้ง ยุงตัวเมียที่จับได้ตามธรรมชาติมักมีเชื้ออสุจิอยู่ในถุงเก็บน้ำเชื้อเสมอ

ยุงตัวเมียเมื่อมีอายุได้ 2-3 วันจึงเริ่มออกหากินเลือดคนหรือสัตว์ เพื่อนำเอาโปรตีนและแร่ธาตุไปใช้สำหรับการเจริญเติบโตของไข่ในรังไข่ แต่มียุงบางชนิดที่ไม่จำเป็นต้องกินเลือดก็สามารถสร้างไข่ในรังไข่ได้ เช่น ยุงยักษ์ เลือดที่กินเข้าไปถูกย่อยหมดไปในเวลา 2-4 วัน แต่ถ้าอากาศเย็นลงการย่อยจะใช้เวลานานออกไป

เมื่อไข่สุกเต็มที่ยุงตัวเมียจะหาแหล่งน้ำที่เหมาะสมในการวางไข่ หลังจากวางไข่แล้วยุงตัวเมียก็ออกดูดเลือดใหม่และวางไข่ได้อีก บางชนิดที่มีอายุยืนมากอาจไข่ได้ร่วม 10 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 4-5 วัน แต่อาจเร็วกว่าหรือนานกว่า ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและชนิดของยุง ส่วนยุงตัวผู้ตลอดอายุขัยจะกินอาหารจากแหล่งน้ำหวานของดอกไม้หรือพืชที่ผลิตน้ำตาลในธรรมชาติ เช่นเดียวกันกับยุงบางชนิดที่ตัวเมียไม่กัดดูดเลือดคนหรือสัตว์เลย

ยุงตัวเมียวางไข่ประมาณ 30-300 ฟองต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดของยุงและปริมาณเลือดที่กินเข้าไป ไข่จะมีสีขาวหรือครีมเมื่อออกมาใหม่ ๆ และในเวลาไม่กี่นาทีจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลดำไปจนถึงสีดำ ไข่ยุงมีรูปร่างลักษณะหลายแบบขึ้นอยู่กับชนิด ยุงลายวางไข่บนวัตถุชื้น ๆ เหนือผิวน้ำ ยุงรำคาญวางไข่ติดกันเป็นแพบนผิวน้ำ ยุงก้นปล่องวางไข่บนผิวน้ำ ส่วนยุงเสือวางไข่ติดกันเป็นกลุ่มใต้ผิวน้ำติดกับพืชน้ำที่ลอยอยู่ ไข่ยุงส่วนใหญ่ทนต่อความแห้งแล้งไม่ได้ยกเว้นไข่ของยุงลายซึ่งสามารถทนทานต่อความแห้งแล้งได้นานหลายเดือน ในเขตร้อนชื้นไข่จะฟักออกเป็นตัวภายใน 2-3 วัน

ลูกน้ำของยุงเป็นระยะที่มีความแตกต่างจากตัวอ่อนของแมลงชนิดอื่น มีลักษณะส่วนอกกว้างใหญ่กว่าส่วนหัวและส่วนท้อง เมื่อออกมาจากไข่ใหม่ ๆ จะมีขนาดเล็กมากและค่อยๆ โตขึ้น มีการลอกคราบ 4 ครั้ง ก่อนที่จะเป็นตัวโม่ง ลูกน้ำต้องอาศัยอยู่ในน้ำตลอดระยะที่ดำรงชีวิต มีบางชนิดที่ปรับสภาพพัฒนาตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อม เช่น สามารถอยู่ได้ในสภาพที่เป็นโคลนเปียก หรือในน้ำที่มีอุณหภูมิต่ำหรือสูง ลูกน้ำของยุงชนิดต่าง ๆ หายใจจากผิวน้ำโดยผ่านท่อหายใจ (ยุงลายและยุงรำคาญ) หรือรูหายใจ (ยุงก้นปล่อง) แต่ลูกน้ำของยุงเสือมีท่อหายใจที่สามารถสอดหรือแทงเข้าไปในบริเวณรากของพืชน้ำ โดยเฉพาะพวกจอกและผักตบชวา เพื่อใช้ออกซิเจนจากโพรงอากาศที่อยู่ที่รากหรือลำต้นของพืชน้ำ ลูกน้ำยุงกินอาหารจำพวก แบคทีเรีย โปรโตซัว ยีสต์ สาหร่าย และพืชน้ำที่มีขนาดเล็ก ลูกน้ำยุงก้นปล่องส่วนใหญ่หากินบริเวณผิวน้ำ บางชนิดอาจดำลงไปกินอาหารใต้ผิวน้ำด้วย ในขณะที่ลูกน้ำยุงลาย ยุงรำคาญ และยุงเสือหากินใต้ผิวน้ำ ลูกน้ำยุงยักษ์กินลูกน้ำชนิดอื่นหรือพวกเดียวกันเองเป็นอาหาร ในเขตภูมิประเทศร้อนชื้นลูกน้ำใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์จึงกลายเป็นตัวโม่ง

ระยะตัวโม่ง (pupa) มีรูปร่างคล้ายตัวจุลภาค ( , ) หรือ comma อาศัยอยู่ในน้ำ ตัวโม่งเป็นระยะพักตัวจะไม่กินอาหาร รับเอาอากาศในการหายใจแต่เพียงอย่างเดียว เมื่อถูกรบกวนจะดำน้ำลงสู่ข้างล่างใต้น้ำอย่างรวดเร็วและอยู่ใต้น้ำได้นานหลายนาที ตัวโม่งของยุงลายเสือแตกต่างกับชนิดอื่นโดยมีท่อหายใจแหลมสามารถแทงเข้ารากหรือลำต้นพืชน้ำเพื่อหายใจเหมือนกับระยะลูกน้ำ ในภูมิประเทศเขตร้อนตัวโม่งจะใช้เวลา 2-4 วัน ยุงตัวเต็มวัยลอกคราบออกมาไม่กี่นาทีก็สามารถบินได้ ยุงตัวเมียบางชนิดชอบกัดกินเลือดคน philic) บางชนิดชอบกินเลือดสัตว์ (zoophilic) บางชนิดกัดดูดเลือดโดยไม่เลือก ยุงสามารถเสาะพบเหยื่อได้โดยอาศัยปัจจัยหลายประการ เช่น กลิ่นตัว คาร์บอนไดอ๊อกไซด์ ( ที่ออกมาจากลมหายใจ ) หรืออุณหภูมิของร่างกาย
โรคติดต่อนำโดยยุงที่สำคัญในประเทศไทย

1. โรคมาลาเรีย
แหล่งแพร่โรคอยู่ในท้องที่ป่าเขา โดยเฉพาะตามแนวชายแดนติดต่อกับประเทศพม่าและกัมพูชา เชื้อโรคมาลาเรียคือ โปรโตซัว ซึ่งเป็สสัตว์เซลล์เดียวมีขนาดเล็กมากมีชื่อเรียกว่าพลาสโมเดี่ยม ซึ่งมีอยู่ 4 ชนิดด้วยกัน แต่ที่มีอันตรายร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิตคือ พลาสโมเดี่ยม ฟาลซิฟารั่ม

2. โรคไข้เลือดออก
แหล่งแพร่โรงอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในเขตเมืองและชนบททุกจังหวัดทั่วประเทศ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็ก เชื้อโรคไข้เลือดออกคือไวรัสที่มีชื่อว่า เดงกี่ไวรัส ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมักเสียชีวิตเนื่องจากเกิดการช็อค

3. โรคเท้าช้าง
แหล่งแพร่โรคอยู่ในท้องที่ชนบทเฉพาะทางภาคใต้และภาคตะวันตกของประเทศ เชื้อโรคเท้าช้างคือพยาธิตัวกลมขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายเส้นด้ายอาศัยอยู่ในกระแสโลหิตของผู้ป่วย โรคนี้ทำให้เกิดแขน เท้า ลูกอัณฑะบวมโต เกิดความพิการตามมาแต่โรคไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต เนื่องจากผู้ป่วยในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีเท้าบวมใหญ่คล้ายเท้าของช้าง จึงเรียกโรคนี้ว่าโรคเท้าช้าง

4. โรคไข้สมองอักเสบ
แหล่งแพร่โรคอยู่ในท้องที่ชนบทโดยเฉพาะทางภาคเหนือบริเวณที่มีการเลี้ยงสุกร มาก โรคนี้ตามปกติเป็นโรคติดต่อในสัตว์ด้วยกันเองเท่านั้น การที่โรคติดต่อมาถึงคนได้นั้นนับเป็นการบังเอิญที่คนไปถูกยุงที่มีเชื้อโรค กัด เชื้อโรคไข้สมองอักเสบคือไวรัสที่มีชื่อว่า แจแปนิส เอนเซบ ฟาไลติส ไวรัส ถึงแม้จำนวนผู้ป่วยโรคนี้มีไม่มาก แต่โรคนี้ทำให้เกิดอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้โดยง่ายหรือทำให้เกิดความ พิการทางสมองตามมาได้

ความรู้เกี่ยวกับแมลงวัน
แมลงวัน
ถูกจัดอยู่ในอันดับ ORDER DIPTERA ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใหญ่อันดับ 4 ของแมลงเป็นแมลงขนาดเล็ก มีปีก 1 คู่ มีลำตัวอ่อนนุ่ม และเป็นแมลงที่สำคัญทางเศรษฐกิจ เราสามารถพบแมลงวันได้ทุกแห่งในโลก หลายชนิดพบว่าสามารถดูดเลือดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และหลายชนิดสามารถกัดกินหรือทำลายพืชที่ปลูกทำให้ผลผลิตเสียหาย หลายชนิดสวยงาม บางชนิดมีลวดลายแปลกตา บางชนิดเป็นตัวห้ำ หรือผสมเกสร ดังนั้น แมลงวันจึงมีความสำคัญทางเกษตรและทางการแพทย์
แมลงวัน มีหลายชนิด เช่น แมลงวันบ้าน แมลงวันหลังลาย แมลงวันหัวเขียว แมลงวันทอง แมลงวันสี แมลงวันกระโดด แมลงวันผึ้ง แมลงวันฉก แมลงวันลาย แมลงวันดอกไม้ แมลงวันหัวหนา แมลงวันก้นขน แมลงวันเขาวัว แมลงวันปากดำ แมลงวันตอมตา ฯลฯ

แมลงวันบ้าน
ลักษณะสำคัญ : ตัวเต็มวัยสีเทา มีแถบสีดำ 4 เส้น พาดอยู่ส่วนอกด้านบน หรือ กลางลำตัว ลำตัวยาวตัวประมาณ 1/8-1/4 นิ้ว ตัวหนอนสีขาวครีม หัวแหลมท้ายป้าน ไม่มีขา ไข่มีขนาดเรียวยาว 1 มม. สีขาว

อาหาร : กินอาหารได้หลายชนิด รวมทั้งของเสีย
ตัวเมียวางไข่ได้ครั้งละ 100-150 ฟอง และสามารถวางไข่ได้สูงถึง 600 ฟองโดยชอบวางไข่ตามกองขยะที่มีความชื้นสูง หรือสิ่งปฏิกูลต่างๆ ไข่ใช้เวลาฟักตัวประมาณ 6 ชั่วโมง ตัวหนอนลอกคราบประมาณ 3 ครั้ง จากนั้นจะเข้าดักแด้ และฟักเป็นตัวเต็มวัย ในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์

แมลงวันหัวเขียว
เป็นแมลงวันที่มีขนาดใหญ่ มีขนาดลำตัว 8-12 มิลลิเมตร ลำตัวสีน้ำเงินแกมเขียว เป็นมัน แมลงวันชนิดนี้ชอบอยู่นอกบ้าน บางครั้งอาจตอมอาหารหรือแหล่งที่มีเชื้อโรค ตัวเต็มวัยจะหากินตามแหล่งอาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เล้าเป็ด ไก่ กองขยะ ตลาด ซากเน่าเปื่อย มูลสัตว์ ก่อให้เกิดความรำคาญกับสัตว์และอาจนำโรคมาสู่สัตว์

อาหาร : กินอาหารได้หลายชนิด ของเหลวจากสารอินทรีย์วัตถุ น้ำหวานจากพืช
แมลงวันหัวเขียว ใช้ระยะเวลาในการเจริญเติบโต ตั้งแต่ระยะไข่ ตัวหนอน ดักแด้ และฟักเป็นตัวเต็มวัย เป็นเวลา อย่างน้อย 10 วัน ตัวเมียวางไข่และ ตัวหนอนอาศัยเจริญเติบโตตามมูลสัตว์

แมลงวัน สามารถนำโรคมาสู่มนุษย์ หรือสัตว์เลี้ยงได้โดยถ่ายทอดเชื้อโรคที่ติดมากับลำตัว, ปาก หรือขาของแมลง ในขณะที่มันตอมตา ในขณะที่มันตอมอาหาร หรือสิ่งปฏิกูลต่างๆเมื่อคนรับประทานอาหารที่มีแมลงวันตอม ก็จะได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายทำให้เกิดโรคต่างๆหลายชนิดเช่น โรคระบบทางเดินอาหาร ซึ่งได้แก่ โรคท้องร่วง, โรคบิด, ไทฟอยด์, พาราไทฟอยด์, อติวาตกโรค, อาหารเป็นพิษ นอกจากนี้ยังพบว่าสามารถถ่ายทอดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโปลิโอ และไวรัสอื่นๆได้ เช่น โรคตาแดง โรคริดสีดวงตา หรือโรคเยื่อบุตาอักเสบ

แมลงวันที่ใกล้ชิดมนุษย์และเป็นปัญหาสาธารณสุขมากอันดับต้น คือ แมลงวันบ้าน แมลงวันหลังลาย และ แมลงวันหัวเขียว ซึ่งมีแหล่งเพาะพันธ์อยู่ใกล้ชุมชนตามแหล่งขยะมูลฝอย, มูลสัตว์, ปุ๋ย หรือสิ่งของที่กำลังเน่า โดยแมลงวันสามารถค้นหา หรือตอมอาหารได้ โดยอาศัยสิ่งจูงใจ คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และแอมโมเนีย และสารระเหยที่เกิดจากสิ่งเน่าเปื่อยผุพัง

แมลงวัน มีการเจริญเติบโตแบบสมบูรณ์ (COMPLETE METAMORPHOSIS) ประกอบด้วย 4 ระยะ
ระยะไข่
ระยะตัวอ่อน (หนอน)
ระยะดักแด้
ระยะตัวเต็มวัย

ระยะไข่
แมลงวันสามารถผสมพันธุ์ได้ หลังจากเป็นตัวเต็มวัยได้เพียง 18-30 ชั่วโมงเท่านั้น และผสมพันธุ์เพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นก็จะหาแหล่งที่เหมาะสมในการวางไข่ โดยจะค้นหาแหล่งดังกล่าว โดยอาศัยกลิ่นเป็นตัวนำทาง มันจะเริ่มวางไข่ในที่ลับตา แสงแดดส่องไม่ถึง และมีความชื้นสูง โดยวางเป็นกลุ่มๆละประมาณ 120 ฟอง ตัวเมียบางตัวสามารถวางไข่ได้มากกว่า 10 ครั้งในชั่วชีวิต ดังนั้น แมลงวันตัวเมีย 1 ตัว สามารถขยายพันธุ์ได้ 200-1,000 ฟอง ไข่แมลงวันมีระยะฟักภายใน 6-12 ชั่วโมง

ระยะตัวอ่อน
หรือหนอน มีรูปร่าง เรียวยาว ปลายด้านท้องใหญ่ หัวหรือปากเรียวแหลมและแข็ง ตัวอ่อนจะกินของกำลังเน่าเหม็นมักชอบกลิ่นแอมโมเนีย หรือกลิ่นของยีสต์เป็นพิเศษ ตัวอ่อนจะกินอาหารมากจนเข้าใกล้ระยะดักแด้จึงจะหยุดกินอาหาร ระยะนี้กินเวลา 6-7 วัน

ระยะเข้าดักแด้
เมื่อหนอนหยุดกินจะเริ่มคลานไปสู่ที่แห้งๆ เพื่อเริ่มปรับเปลี่ยนร่างกาย โดยหดตัวเองให้สั้นลง จนมีลักษณะอ้วนสั้น ผนังลำตัวจะแข็งขึ้นเพื่อห่อหุ้มตัวหนอน ระยะนี้ใช้เวลา 3-4 วัน ก็จะเข้าสู่ระยะตัวโตเต็มวัน

ระยะตัวโตเต็มวัย
เมื่อเข้าดักแด้ และพัฒนาร่างกายสู่ภายในจนมีรูปร่างครบสมบูรณ์ก็จะเริ่มออกจากดักแด้ ซึ่งขณะที่ออกจากดักแด้ใหม่ๆ ยังบินไม่ได้ในทันที จะต้องใช้วิธีเดิน กระโดด เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 15 นาที ลำตัวและปีกเริ่มแข็งแรงขึ้นสมารถบินได้
ยากำจัดปลวก, ระบบ/ วิธีกำจัดปลวก :
การกำจัดปลวกมีวิธีป้องกันและกำจัด
1.ระบบติดตั้งท่อใต้สิ่งก่อสร้าง เพื่อป้องกันกำจัดปลวก (F-Pipe & Soil Treatment System)
2.ระบบเจาะพื้นอัดสารเคมีกำจัดปลวกลงดิน (F - Post Construction System)
3.บริการกำจัดปลวกด้วยระบบเหยื่อ (F - Termite Bait System) ปลวกตายยกรัง

เฟิร์สคลาส เพส คอนโทรล การทำงานและบริการลูกค้าเราได้เน้นการบริการที่รวดเร็วและมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในการตอบปัญหาของลูกค้าได้อย่างตรงประเด็นและสามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างตรงเป้าหมาย รวมถึงการออกพื้นที่สำรวจและให้คำปรึกษาฟรี!!!! โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

การกำจัดปลวกมีวิธีป้องกันและกำจัดดังนี้
1.ระบบติดตั้งท่อใต้สิ่งก่อสร้าง เพื่อป้องกันกำจัดปลวก (F-Pipe & Soil Treatment System)
วางท่อกำจัดปลวกตามแนวคานคอดินหรือแบบสปริงเกิ้ลหมุน
ขั้นตอนการปฏิบัติงานวางระบบท่อ
- รับแบบคานคอดินเพื่อคิดคำนวณพื้นที่ ออกแบบวางระบบบท่อและเสนอราคา บริษัทฯ จะติดตั้งท่อหลังจากที่ฝ่ายก่อสร้างได้ทำการเทคานและถอดแบบคานเรียบร้อยแล้วดำเนินการติดตั้งท่อตามแบบแปลนการติดตั้งที่ส่งให้กับลูกค้า (อาจมีการแก้ไขตามหน้างานจริง)
- ตรวจสอบความเรียบร้อยของระบบ และทดสอบประสิทธิภาพของระบบการติดตั้งท่อเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง (ถ้ามี)
- อัดสารเคมีลงดิน ฉีดพ่นเคลืบหน้าดินทุกตารางเมตรและฉีดพ่นรอบตัวอาคารระยะห่าง 1 เมตร
- การตรวจเช็ค การรับประกันตามข้อกำหนดของสัญญา

2.ระบบเจาะพื้นอัดสารเคมีกำจัดปลวกลงดิน (F - Post Construction System)
คือการเจาะอัดสารเคมีลงพื้นของอาคารที่เป็นคอนกรีต เป็นการป้องกันปัญหาการเข้าทำลายปลวกทุกจุดของอาคารและบริเวณรอบ ๆ ของตัวอาคาร
ขั้นตอนการปฏิบัติงานการป้องกันและกำจัดปลวก
- สำรวจสถานที่ประเมินสภาพปัญหาให้คำแนะนำการบริการวิธีทำบริการกำจัดปลวก และประเมินราคา
- การเขาทำบริการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการเจาะพื้นตามจุดที่กำหนดไว้ โดยเจาะลึกประมาณ 20-40 เซนติเมตร เพื่ออัดสารเคมีชนิดนำลงดิน ในปริมาณ 5 ลิตร/จุด (สารเคมีที่ใช้ในอัตราส่วนที่ผสมแล้ว) การใช้สารเคมีขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานที่ หากเป็นอาคารยกสูงฝ่ายบริการจะมุดเข้าอัดน้ำยาใต้ถุนอาคาร
- จุดที่พบปัญหาปลวกหรือเสี่ยงต่อการเข้าทำลายของปลวก บริการด้วยวิธีการพ่นสารเคมีชนิดน้ำหรือใส่เคมีชนิดผงที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการป้องกันกำจัดปลวก เช่น บริเวณที่มีความชื้นสูง พื้นที่สงบเงียบ ขอบบัว วงกบประตู-หน้าต่าง ฝ้าเพดาน ช่องชาร์ป รอยแตกร้าว ซึ่งการเลือกใช้สารเคมีชนิดใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสภาพพื้นที่
- เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบสถานที่ตามระยะเวลาทกำหนดไว้ในสัญญา
ข้อควรในการปฏิบัติงาน
- แนวการวางท่อประปาใต้พื้นอาคาร
- ใต้พื้นอาคารมีการฝังท่อสายไฟหรือไม่
- มีบ่อพักน้ำร้อนหรือแทงค์น้ำใต้พื้นอาคารหรือไม่

3.บริการกำจัดปลวกด้วยระบบเหยื่อ (F - Termite Bait System) ปลวกตายยกรัง
คือการกำจัดปลวกด้วยระบบเหยื่อล่อ ซึ่งได้ถูกออกแบบเป็นระบบทางเลือกใหม่ จากการพัฒนารูปแบบโดยสถาบันชั้นนำในประเทศออสเตรเลีย และผู้เชี่ยวชาญด้านการกำจัดแมลงในอีกหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย, สหรัฐอเมริกา, ตะวันออกกลาง, มาเลเซีย, สิงคโปร์ ฯลฯ
ขั้นตอนการปฏิบัติงานระบบเหยื่อล่อ
- สำรวจสถานที่ ประเมินสภาพปัญหาให้คำแนะนำวิธีทำบริการ
- กำหนดจุดติดตั้งสถานีรอบนอกตัวบ้าน (In-Ground Station) สถานีภายในบ้าน (Above-Ground Station) และประเมินราคา
- การเข้าทำบริการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการจะทำบริการตามแผนผังที่ได้ตกลงไว้กับเจ้าของบ้าน (อาคาร)
- เจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบสถานที่ตามระยะเวลาทกำหนดไว้ในสัญญา

สินค้า - ผลิตภัณฑ์ที่ใช้บริการลูกค้า
- เอวาตาร์
สารสำคัญ: ฟิโปรนิล 5% SC ใช้กำจัดปลวก และป้องกันปลวก ควบคุมและกำจัดปลวกได้แบบตายยกรัง ออกฤทธิ์กับปลวกโดยทางสัมผัส และระบบทางเดินอาหาร ป้องกันกำจัดปลวกได้เป็นระยะเวลานาน ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

- โบรมาดิโอการ์ด
สารสำคัญ: โบรมาดิโอโลน 0.005% wax block เหยื่อกำจัดหนู ประสิทธิภาพสูง เหยื่อพิษชนิดก้อน ใช้งานง่ายและสะดวก มีกลิ่นหอมที่หนูชอบ ดึงดูดได้ดี ออกฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัว

- เซฟเฮ้าส์
ป้องกันและกำจัดปลวก มด และแมลงที่อาศัยใต้ดิน เป็นสารกำจัดคุณภาพสูง ปลอดภัยกับผู้อยู่อาศัยมีความเป็นพิษต่ำ
กำจัดปลวกได้ทั้งรัง แบบตายต่อเนื่อง เป็นเคมีกลุ่มใหม่ที่ได้รับการตอบรับจากผู้ที่เคยใช้ แล้วเป็นจำนวนมาก

- ไดนาโฟล
สารออกฤทธิ์ Deltamethrin 1.0 % - 2.5 W/W EC สารสำคัญ เดลต้าเมทริน0.5% 1.5% 2.5% EC ป้องกันและกำจัดแมลงในบ้านเรือน เช่น ยุง แมลงวัน แมลงสาบ มด ปลวก ตัวสามง่าม หมัด เรือด เห็บ และแมลงเล็กๆ อื่น ใช้ป้องกันและกำจัดยุงในบ้านเรือนหรือโรงงานโกดัง อาคาร สถานที่

- เหยื่อกำจัดปลวก ( Nemesis Bait Matrix )
เหยื่อกำจัดปลวกเนเมซิส (สามารถใช้ได้ทั้งสถานีแบบบนดิน และสถานีแบบฝังดิน) ปลวกนั้นตายยกรังในเวลาที่รวดเร็ว

- สถานีในดิน ( In-ground Station )
สถานีฝังดินเนเมซิส มีรูปแบบที่ใช้การได้ง่าย สามารถตรวจเช็คการกินเหยื่อได้อย่างสะดวก ง่ายต่อการเติมเหยื่อกำจัดปลวก ( NEMESIS BAIT)

- สถานีบนดิน ( Above-ground Station )
สถานีบนดินเนเมซิส มีรูปแบบที่ใช้การได้ง่าย สามารถตรวจเช็คการกินเหยื่อได้อย่างสะดวก ง่ายต่อการเติมเหยื่อกำจัดปลวก ( NEMESIS BAIT)

- สถานีในคอนกรีต ( In-concrete Station )
สถานีฝังคอนกรีตเนเมซิส รูปแบบที่ใช้การได้ง่าย สามารถตรวจเช็คการกินเหยื่อได้อย่างสะดวก ง่ายต่อการเติมเหยื่อกำจัดปลวก ( NEMESIS BAIT)

- ไม้เหยื่อล่อปลวก ( Timber )
สามารถใช้ได้ทั้งสถานีแบบบนดิน และ สถานีแบบฝังดิน ปลวกนั้นตายยกรังในเวลาที่รวดเร็ว ช่วยให้คุณกำจัดสิ่งที่รบกวนจิตใจอย่างปลวกร้ายได้ฉับพลัน



สินค้า - ผลิตภัณฑ์ที่ขายให้หน่วยงานราชการ/อบต.
- ผลิตภัณฑ์กำจัดยุงและแมลง ยี่ห้อเดลการ์ด 100
ชื่อสามัญ Deltamethrin W/V EC เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานสากลโดยมีผลการรับรองจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข สามารถป้องกันและกำจัดยุงและแมลงได้ มีผลการรับรองจาก กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

- ไซเพอร์การ์ด25 อีซี
ไซเพอร์การ์ด25 อีซี เป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดยุง แมลงวัน แมลงสาบ มด สูตรเข้มข้น มีสารออกฤทธิ์คือไซเพอร์เมทริน
สามารถควบคุมกำจัดแมลงได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร ออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็วแม้ใช้ในปริมาณน้อย
มีความปลอดภัยต่อ คน สัตว์เลี้ยง พืช

- น้ำยาเคมีกำจัดยุงยี่ห้อ เอส-ต้า100(S-TA 100 )
เป็นสารที่ออกฤทธิ์ในวงกว้างและสามารถควบคุมแมลงได้หลายชนิด ใช้ได้ในบริเวณที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น โรงแรม โรงพยาบาล ภัตตาคาร ตลาดสด โรงงานอุตสาหกรรมฟาร์มปศุสัตว์ มีความเป็นพิษต่ำ มีความปลอดภัยสูงต่อคน สัตว์เลี้ยงและพืช เพราะเป็นสารเคมีที่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติและไม่สะสมในพืชและสัตว์ สามารถใช้ได้ทั้งเครื่องพ่นหมอกควัน และ เครื่องพ่น

- น้ำยาเคมีกำจัดยุง เอส-ต้า50 (X-TA50 )
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับควบคุมและกำจัดแมลงนำโรคทางสาธารณสุข มีความเป็นพิษต่ำ ความปลอดภัยสูงต่อคน
สัตว์เลี้ยง และพืช มีประสิทธิภาพในกำจัดสูงกว่าสารชนิดอื่น เป็นสารเคมีที่ออกฤทธิ์กว้างกว่าสารชนิดอื่น
ย่อยสลายได้เองในธรรมชาติ และไม่สะสมในพืช และสัตว์ สามารถใช้ได้ทั้งเครื่องหมอกควัน และเครื่องพ่นละอองฝอย

- ผลิตภัณฑ์กำจัดยุงและแมลง ยีห้อ ไซเพอร์การ์ด 10 อีซี
ไซเพอร์การ์ด10 อีซี เป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดยุง, แมลงวัน,แมลงสาบ,มด สูตรเข้มข้น มีสารออกฤทธิ์คือไซเพอร์เมทริน
สามารถควบคุมกำจัดแมลงได้ทั้งภายในและภายนอกอาคารออกฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็วแม้ใช้ในปริมาณน้อย มีความปลอดภัยต่อ คน สัตว์เลี้ยง พืช มีผลการรับรองจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

- น้ำยากำจัดยุง ยี่ห้อ เดลต้า 100
เป็นผลิตภัณฑ์ สำหรับควบคุมกำจัดแมลงนำโรค ทางสาธารณสุขเช่น ยุง แมลงวัน แมลงสาบ มด ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ใช้อยู่ในกลุ่มสารไพรีทรอยด์(Pyrethroids) เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยสูง สามารถกำจัดแมลงได้ทุกสถานที่ โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น โรงแรม โรงพยาบาล ภัตตาคาร ตลาดสด โรงงานอุตสาหกรรม

- ทรายกำจัดลูกน้ำยุง ยี่ห้อเทมีการ์ด
ชื่อและอัตราส่วนสารสำคัญ Temephos 1% W/W SG ทรายกำจัดลูกน้ำยุงยี่ห้อ เทมีการ์ด เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานสูง
โดยมุ่งเน้นด้านคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ เม็ดทรายมีคัดกรองเม็ดทรายที่มีความละเอียดและสะอาดปราศจากสิ่งเจือปน
แล้วนำมาเคลือบด้วยสารเคมี เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐานตามที่กำหนดไว้มีประสิทธิ์ภาพในการนำมาใช้ ในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย

- ทรายกำจัดลูกน้ำยุงลาย ยี่ห้อ เทมีคอล 1% เอสจี
เป็นสินค้าที่มีมาตรฐานสูงโดยมุ่งเน้นด้านคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญ เม็ดทรายมีคัดกรองเม็ดทรายที่มีความละเอียดและสะอาดปราศจากสิ่งเจือปนแล้วนำมาเคลือบด้วยสารเคมี เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ตามมาตรฐานตามที่กำหนดไว้มีประสิทธิ์ภาพในการนำมาใช้ ในการกำจัดลูกน้ำยุงลาย

- เบสท์ฟ๊อกเกอร์ BF 150 ( BEST FOGGER-BF 150 )
เป็นเครื่องพ่นหมอกควันชนิดสะพาย เหมาะสำหรับงานป้องกัน และกำจัดแมลงบินซึ่งเป็นพาหะนำโรคต่าง ๆ สามารถใช้ได้กับพื้นที่โล่งแจ้งหรือสนาม โรงงาน โรงแรม รีสอร์ท บ้านเรือน หรือคอกปศุสัตว์ โรงพยาบาล โรงเรียน โกดังสินค้า โรงภาพยนต์ สำนักงาน บริษัท หน่วยงานราชการ และในท่อน้ำทิ้ง เละในสถานที่ต่างๆ อีกมายมาย รูปแบบเด่น ตัวถังเครื่องผลิตจากเหล็กสแตนเลส เครื่องยนต์ติดง่าย ประหยัดน้ำมัน มีกำลังพ่นสูง

- เครื่องพ่นหมอกควัน ยี่ห้อ ไอจีบ้า
รุ่น ทีเอฟ 35 ( IGEBA รุ่น TF 35 ) ใช้สำหรับพ่นหมอกควันเพื่อกำจัดแมลงที่มีอันตราย และเป็นพาหะนำโรคมาสู่คน ไม่ใช้หัวเทียนในการสตาร์ทเครื่อง เครื่องมีความทนทาน และไม่เกิดสนิมเพราะถังน้ำยาผลิตจากสแตนเลสซึ่งปลอดสนิม เครื่องพ่นสตาร์ทติดง่าย ระบบจุดระเบิดคอยล์แม็คนีโต
ราคากำจัดปลวก :
ราคายุติธรรม มาตรฐาน ประเมินตามราคาหน้างานและวิธีการกำจัดปลวกจริง ไม่ทิ้งงาน
ลูกค้าอ้างอิง :
เนื่องจากลูกค้าผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก และบริษัทไม่ต้องการเปิดเผยรายชื่อลูกค้า โปรดติดต่อ บริษัท เฟิร์สคลาส เพส คอนโทรล จำกัด โดยตรง
ที่ตั้ง :
บริษัท เฟิร์สคลาส เพส คอนโทรล จำกัด
สำนักงานใหญ่ 490/13 ม.10 ถ.เลี่ยงเมือง ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ 32000
สาขาศรีสะเกษ 231/3 ม.6 ต.หนองไผ่ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ 33000
สาขาบุรีรัมย์ (ไทยวัสดุบุรีรัมย์) 55 หมู่ 1 ต.บ้านบัว อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ 31000
เขต/ อำเภอ :
เมืองยโสธร
จังหวัด :
ยโสธร
รหัสไปรษณีย์ :
-
แก้ไขล่าสุด :
05 พฤษภาคม 2561  21:34:38
Tags :
-


(เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)  >>คลิ๊กที่นี้<<

Ads 1
ขนาด 200 x 248